TengBall

ราคาบอล

วิธีอ่านราคาบอล: ทีมต่อ ทีมรอง ลูกครึ่ง และลูกควบ พร้อมตัวอย่างได้เสีย

อัปเดต

ชายวัยผู้ใหญ่นั่งที่โต๊ะพร้อมสมุด ดินสอ และเครื่องคิดเลข กำลังพิจารณาภาพสนามฟุตบอลบนแล็ปท็อปที่เบลอ

ราคาบอลที่เห็นเป็นตัวเลขอย่าง "0.5-1" หรือ "1-1.5" ทำให้หลายคนเข้าใจว่าต้องท่องจำตารางยาว ๆ แต่หลักการจริงมีข้อเดียว คือ เอาประตูแต้มต่อไปหักลบกับสกอร์จริง แล้วดูว่าฝั่งไหนยังชนะอยู่ เมื่อเข้าใจข้อนี้ ราคาไหนก็คำนวณเองได้ บทความนี้อธิบายทีละขั้นพร้อมตัวอย่างเงินจริงจากสมมติฐานที่ระบุไว้ชัด

เราเป็นเว็บคู่มืออิสระ ไม่รับแทง ผู้อ่านต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และการพนันออนไลน์อาจผิดกฎหมายในพื้นที่ของคุณ ตัวอย่างทั้งหมดเป็นการอธิบายหลักคิด ไม่ใช่การชวนให้ลงเงิน และไม่ใช่ราคาของผู้ให้บริการรายใด

ทีมต่อและทีมรองคืออะไร

ในคู่ที่ทั้งสองทีมแรงไม่เท่ากัน ผู้กำหนดราคาจะให้ทีมที่คาดว่าเก่งกว่า "ต่อ" ประตูให้ทีมที่อ่อนกว่า ซึ่งเรียกว่า "ทีมรอง" ตัวอย่างเช่น ทีมเหย้าต่อครึ่งลูก หมายความว่าถ้าจะนับว่าทีมเหย้าชนะในการคำนวณ ทีมเหย้าต้องชนะอย่างน้อย 1 ประตู เพราะครึ่งประตูไม่มีอยู่จริง ทีมที่เสมอจึงถือว่าแพ้ในเส้นนี้

อีกมุมที่ช่วยให้เข้าใจคือคิดเป็น "แต้มต่อที่ตั้งไว้ล่วงหน้า" ทีมต่อเริ่มเกมด้วยสถานะติดลบ ทีมรองเริ่มเกมด้วยสถานะได้เปรียบ เช่น ทีมต่อ 1 ลูก คือเริ่มที่ -1 ทีมรองเริ่มที่ +1 เมื่อจบ 90 นาที ให้นำสกอร์จริงมาบวกลบกับแต้มต่อนี้ แล้วเปรียบเทียบกัน ผลที่ได้คือผลของ "เส้นราคา" ซึ่งอาจต่างจากผลของแมตช์จริงก็ได้ ทีมต่อชนะ 1-0 ในสนามแต่แพ้ราคาเมื่อต่อ 1.5 ลูก

ข้อควรรู้ที่มักถูกลืมคือ ราคาต่อรองไม่ใช่การพยากรณ์ผลว่าใครจะชนะ แต่เป็นการตั้งเส้นให้ผู้เล่นสองฝั่งมีโอกาสใกล้เคียงกันที่สุดเมื่อรวมกับค่าน้ำ ผู้กำหนดราคาไม่ได้เชียร์ทีมไหน และการที่ทีมถูกตั้งเป็นทีมต่อไม่ได้แปลว่าทีมนั้น "น่าจะเข้า" ในเชิงเงิน เพราะราคาถูกปรับเพื่อชดเชยความเก่งไปแล้ว

เส้นราคามาตรฐานที่ควรจำ

เส้นราคาเรียงตามขนาดแต้มต่อได้ดังนี้ ตัวเลขในวงเล็บคือแต้มต่อจริงที่ใช้คำนวณ

  • เสมอ (0) ไม่มีใครต่อ ใครชนะได้เงิน ถ้าเสมอจะคืนเงินทั้งหมด
  • เสมอควบครึ่ง หรือ 0-0.5 (0.25) ทีมต่อเล็กน้อย เป็นราคาควบ
  • ครึ่งลูก หรือ 0.5 (0.5) ทีมต่อต้องชนะ ถ้าเสมอทีมต่อแพ้
  • ครึ่งควบลูก หรือ 0.5-1 (0.75) เป็นราคาควบระหว่างครึ่งลูกกับหนึ่งลูก
  • หนึ่งลูก หรือ 1 (1) ทีมต่อชนะหนึ่งประตูพอดีจะคืนเงิน
  • ลูกควบลูกครึ่ง หรือ 1-1.5 (1.25) เป็นราคาควบระหว่างหนึ่งลูกกับลูกครึ่ง
  • ลูกครึ่ง หรือ 1.5 (1.5) ทีมต่อต้องชนะอย่างน้อยสองประตู

เส้นที่ลงท้ายด้วยครึ่ง (0.5, 1.5, 2.5) ไม่มีโอกาสคืนเงินเพราะสกอร์เป็นจำนวนเต็มเสมอ ส่วนเส้นจำนวนเต็ม (0, 1, 2) มีโอกาสเสมอกับแต้มต่อ ซึ่งผลคือ "คืนเงิน" เส้นควบ (0.25, 0.75, 1.25) คือการแบ่งเงินสองครึ่งไปวางสองเส้นที่ติดกัน เป็นสาเหตุที่ผลลัพธ์ "ได้ครึ่ง" หรือ "เสียครึ่ง" เกิดขึ้นได้

ราคาควบทำงานอย่างไร

เมื่อเห็นราคา 0.5-1 ระบบจะแบ่งเงินเดิมพันออกเป็นสองส่วนเท่ากัน ส่วนแรกลงที่เส้น 0.5 ส่วนที่สองลงที่เส้น 1 แล้วคำนวณสองเส้นแยกกัน จากนั้นรวมผล ไม่มีกฎพิเศษอื่นเลย ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้สมมติฐานเดียวกันทั้งหมด

สมมติฐาน: เดิมพัน 1,000 บาท ค่าน้ำแบบฮ่องกง 0.90 (ถ้าชนะได้กำไร 0.90 เท่าของเงินที่ลง ถ้าแพ้เสียเงินที่ลงทั้งหมด) ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างเพื่อให้คำนวณง่าย ไม่ใช่ราคาจริงของที่ไหน

ตัวอย่างที่ 1: ทีม A ต่อ 0.5-1 (แต้มต่อ 0.75)

ลงทีม A 1,000 บาท แบ่งเป็น 500 บาทที่ต่อ 0.5 และ 500 บาทที่ต่อ 1

  • A ชนะตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไป ทั้งสองส่วนชนะ ได้กำไร 500 x 0.90 + 500 x 0.90 = 900 บาท
  • A ชนะ 1 ประตูพอดี ส่วนที่ต่อ 0.5 ชนะได้ 450 บาท ส่วนที่ต่อ 1 เสมอแต้มต่อ คืนเงิน 500 บาท รวมเป็นกำไร 450 บาท เรียกว่า "ชนะครึ่ง"
  • เสมอ ทั้งสองส่วนแพ้ เสีย 1,000 บาท
  • A แพ้ ทั้งสองส่วนแพ้ เสีย 1,000 บาท

ฝั่งตรงข้าม ถ้าลงทีม B ซึ่งรอง 0.5-1 ด้วยเงิน 1,000 บาท แบ่งเป็น 500 บาทที่ +0.5 และ 500 บาทที่ +1 ผลจะเป็นดังนี้

  • A ชนะตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไป ทั้งสองส่วนแพ้ เสีย 1,000 บาท
  • A ชนะ 1 ประตูพอดี ส่วน +0.5 แพ้เสีย 500 บาท ส่วน +1 คืนเงิน รวมเสีย 500 บาท เรียกว่า "แพ้ครึ่ง"
  • เสมอ ทั้งสองส่วนชนะ ได้กำไร 900 บาท
  • B ชนะ ทั้งสองส่วนชนะ ได้กำไร 900 บาท

สังเกตว่าฝั่งทีมต่อต้องชนะ "เกินหนึ่งประตู" จึงจะได้เต็ม ส่วนฝั่งทีมรองได้เต็มทั้งที่เสมอ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการตั้งเส้น 0.5-1 จึงแตกต่างจากการตั้งที่ 0.5 หรือ 1 อย่างชัดเจน

ตัวอย่างที่ 2: ทีม A ต่อ 1-1.5 (แต้มต่อ 1.25)

ลงทีม A 1,000 บาท แบ่งเป็น 500 บาทที่ต่อ 1 และ 500 บาทที่ต่อ 1.5

  • A ชนะตั้งแต่ 2 ประตูขึ้นไป ทั้งสองส่วนชนะ ได้กำไร 900 บาท
  • A ชนะ 1 ประตูพอดี ส่วนต่อ 1 คืนเงิน ส่วนต่อ 1.5 แพ้ รวมเสีย 500 บาท
  • เสมอหรือ A แพ้ เสีย 1,000 บาท

ทีม B ที่รอง 1-1.5 ลงด้วย 1,000 บาท แบ่ง 500 บาทที่ +1 และ 500 บาทที่ +1.5

  • A ชนะตั้งแต่ 3 ประตูขึ้นไป ทั้งสองส่วนแพ้ เสีย 1,000 บาท
  • A ชนะ 2 ประตูพอดี ส่วน +1 แพ้ ส่วน +1.5 ชนะไม่ได้เพราะ 2 ประตูมากกว่า 1.5 จึงเสียทั้งหมด 1,000 บาท
  • A ชนะ 1 ประตูพอดี ส่วน +1 คืนเงิน ส่วน +1.5 ชนะได้ 450 บาท รวมกำไร 450 บาท
  • เสมอหรือ B ชนะ ทั้งสองส่วนชนะ ได้กำไร 900 บาท

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคืออ่านผิดว่า "รอง 1-1.5" ได้เงินเมื่อ A ชนะแค่สองประตู ที่จริงต้องชนะไม่เกินหนึ่งประตูจึงจะได้เงิน เมื่อ A ชนะสองประตูพอดีทั้งสองส่วนของฝั่งรองแพ้ เพราะทั้ง +1 และ +1.5 ยังไม่พอชดเชยส่วนต่างสองประตู

ตัวอย่างที่ 3: ราคา 0-0.5 (แต้มต่อ 0.25)

ลงทีม A ต่อ 0-0.5 ด้วย 1,000 บาท แบ่ง 500 บาทที่เสมอ (0) และ 500 บาทที่ 0.5

  • A ชนะ ได้กำไร 900 บาท
  • เสมอ ส่วนเสมอคืนเงิน ส่วนต่อ 0.5 แพ้ เสีย 500 บาท
  • A แพ้ เสีย 1,000 บาท

ทีม B ที่รอง 0-0.5 ลง 1,000 บาท แบ่ง 500 บาทที่เสมอ และ 500 บาทที่ +0.5 ถ้า A ชนะ เสีย 1,000 บาท ถ้าเสมอ ส่วนเสมอคืนเงิน ส่วน +0.5 ชนะได้ 450 บาท ถ้า B ชนะ ได้กำไร 900 บาท

อ่านราคาจากหน้าจอให้ถูกทิศ

หน้าจอของแต่ละผู้ให้บริการแสดงราคาต่างกัน บางที่เขียนเป็นเลขติดลบสำหรับทีมต่อ (เช่น -0.75) บางที่เขียนแต้มต่อไว้ข้างชื่อทีม และบางที่ใช้ตัวเลขโดยไม่มีเครื่องหมายแล้วใช้ตำแหน่งหรือสีบอก ก่อนวางเงินจริงควรตรวจสามอย่างเสมอ

  1. ทีมไหนเป็นทีมต่อ ดูจากเครื่องหมายหรือจากชื่อทีมที่ติดกับตัวเลข
  2. เส้นเป็นแบบเต็มหรือแบบควบ ถ้ามีเครื่องหมายขีดหรือทศนิยมสองตำแหน่ง เช่น 0.75 แปลว่าเป็นราคาควบ
  3. ค่าน้ำของแต่ละฝั่ง ตัวเลขน้ำอาจไม่เท่ากันทั้งสองฝั่ง ซึ่งส่งผลต่อกำไรหากชนะ อ่านต่อได้ใน ค่าน้ำคืออะไร และราคามาเลย์ ฮ่องกง ยุโรปต่างกันอย่างไร

อีกเรื่องที่ต้องตรวจคือช่วงเวลาที่นับผล โดยทั่วไปนับผลภายใน 90 นาทีรวมช่วงบาดเจ็บ ไม่รวมต่อเวลาพิเศษและจุดโทษดวลเตะ แต่กติกาของแต่ละผู้ให้บริการอาจต่างกัน ต้องอ่านเงื่อนไขของที่นั้นเอง ราคาที่เป็นของครึ่งแรกหรือครึ่งหลังมีเส้นเฉพาะของตนและนับเฉพาะช่วงนั้น

เมื่อราคาคำนวณได้ ยังเหลือเรื่องต้นทุน

การอ่านราคาได้ถูกต้องช่วยให้ไม่ถูกเข้าใจผิดเรื่องผลได้เสีย แต่ไม่ได้ทำให้เกมนี้ได้เปรียบขึ้น ผู้กำหนดราคาตั้งค่าน้ำให้ผลรวมของทั้งสองฝั่งมีส่วนต่างเสมอ ถ้าโอกาสที่แท้จริงของแต่ละฝั่งคือครึ่งต่อครึ่ง การเดิมพันซ้ำ ๆ ที่ค่าน้ำ 0.90 จะขาดทุนเฉลี่ยประมาณ 5 บาทต่อทุก 100 บาทที่ลง ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่าแต่ละครั้งจะแพ้ แต่บอกว่าในระยะยาวส่วนต่างนี้จะสะสม

นอกจากนี้ ราคาควบยังทำให้ผลลัพธ์ "ไม่ใช่ได้หรือเสียเต็ม" เกิดบ่อยขึ้น ซึ่งหลอกความรู้สึกได้ง่าย การได้ครึ่งทำให้รู้สึกว่าชนะ ส่วนการเสียครึ่งทำให้รู้สึกว่ายังไม่แพ้เต็ม ทั้งที่ต้องบันทึกเป็นตัวเลขจริง ผู้ที่เล่นควรจดเงินที่ลงและผลสุทธิทุกครั้งตามที่แนะนำใน ตั้งงบและขีดจำกัดในการเล่น

คำถามที่พบบ่อย

ราคาบอล 0.5-1 คืออะไร

คือราคาควบที่แบ่งเงินเป็นสองส่วนเท่ากันไปวางที่เส้น 0.5 และเส้น 1 เรียกว่า "ครึ่งควบลูก" มีแต้มต่อเฉลี่ย 0.75 ถ้าทีมต่อชนะหนึ่งประตูพอดี ฝั่งต่อจะได้ครึ่งหนึ่งของกำไรปกติ ถ้าชนะตั้งแต่สองประตูขึ้นไปจะได้เต็ม และถ้าเสมอหรือแพ้จะเสียเต็ม

ราคา 1-1.5 ต่างจากราคา 1.5 อย่างไร

เส้น 1.5 ทีมต่อต้องชนะตั้งแต่สองประตูจึงจะได้ ส่วน 1-1.5 แบ่งเงินครึ่งหนึ่งไปที่เส้น 1 ถ้าทีมต่อชนะหนึ่งประตูพอดี ส่วนที่เส้น 1 จะคืนเงิน ทำให้เสียเพียงครึ่งหนึ่งแทนที่จะเสียทั้งหมดเหมือนเส้น 1.5

ทีมต่อกับทีมรองฝั่งไหนได้เปรียบกว่ากัน

ไม่มีฝั่งไหนได้เปรียบโดยอัตโนมัติ เส้นราคาถูกตั้งเพื่อให้ทั้งสองฝั่งน่าสนใจใกล้เคียงกัน ความได้เปรียบที่แน่ชัดอยู่ที่ฝ่ายรับแทงซึ่งได้ส่วนต่างจากค่าน้ำ ไม่ใช่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งของเส้น

ถ้าเสมอในเส้นเสมอจะเกิดอะไรขึ้น

เส้นเสมอ (0) ถ้าผลเสมอจะคืนเงินทั้งหมด ถ้าเป็นเส้นเสมอควบครึ่ง (0-0.5) ฝั่งทีมต่อจะเสียครึ่งหนึ่งเมื่อเสมอ ส่วนฝั่งทีมรองจะได้กำไรครึ่งหนึ่งของปกติ

ราคาในบทความนี้เป็นราคาจริงหรือไม่

ไม่ใช่ ตัวเลขทุกตัวเป็นตัวอย่างสมมติสำหรับอธิบายหลักการ ราคาจริงของแต่ละผู้ให้บริการเปลี่ยนตลอดเวลาและต่างกันตามผู้ให้บริการ ผู้อ่านต้องตรวจเงื่อนไขของผู้ให้บริการนั้นเองเสมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูล